ดิฉันอยู่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งแถวลาดพร้าว เสาร์อาทิตย์มักจะมีเพื่อนๆ ที่ทำงานแห่งเดียวกันแวะมาหาเสมอ ส่วนมากเป็นบ่ายวันเสาร์ค่ะ ซื้อของอร่อยๆ

adicecei.com มากินกัน เม้าธ์เรื่องจิปาถะกันสนุกสนานตามประสาผู้หญิง

เพื่อนที่ยังโสดก็มักมีปัญหาเรื่องแฟน! ถ้าความรักยังจี๋จ๋า สดชื่นหวานแหวว เธอก็คงไปหาแฟนหรือไปเที่ยวด้วยกันแล้วละ จริงมั้ยคะ?
เพื่อนที่แต่งงานแล้วก็มาปรับทุกข์เรื่องสามี ส่วนมากมักลงเอยกับดิฉันว่า อยู่เป็นโสดอย่างเธอดีกว่า ไม่ต้องเจอะเจอปัญหาน่าปวดหัว…มีผัวผิดคิดจนตัวตาย! เพื่อนๆ เคยแซวว่าสมัยนี้เขามีคติใหม่แล้ว…มีผัวผิดคิดหาผัวใหม่เจ๋งที่สุด!

จนกระทั่งเสาร์หนึ่ง เกิดเรื่องขนหัวลุกขึ้นตอนกลางวันแสกๆ
บ่ายนั้น ดิฉันกำลังปอกมะม่วงจิ้มน้ำปลาหวานอยู่ในห้องรับแขกกับ แอ้ม และ จุ๋ม ที่นั่งรถมาหาด้วยกัน ไม่ช้าเพื่อนชื่อ เก๋ อยู่ถึงรามคำแหง 150 ก็โทร.มาหา บอกกลุ้มใจเรื่องแฟนที่อ้างว่านัดเพื่อนไว้ตอนเที่ยง แล้วรีบผลุนผลันออกจากบ้านไป…สงสัยจะนัดกิ๊กไว้มากกว่า
จุ๋มได้ยินแว่วๆ ก็ร้องแซวว่า อยากมีโผเร็วก็ต้องกลุ้มใจยังงี้แหละ! ว่าแต่สนมะม่วงจิ้มน้ำปลาหวานมั้ย ล่ะ? แหม! อมเปรี้ยวกำลังดีเชียว ถ้าแพ้ท้องก็รีบบึ่งมาเลยนะ..หรือจะแวะซื้อมาเพิ่มก็ดี จะทำน้ำปลาหวานเผื่อไว้ให้
เก๋ตอบตกลงทันที! แอ้มอดนินทาไม่ได้ว่า อยากได้แฟนหล่อๆ ก็ต้องช้ำใจไม่เสร็จ ยิ่งไม่รู้จักเสน่ห์ผัวหลง เดี๋ยวก็โดนคนอื่นงาบไปกินจนได้! จุ๋มเลยพยักหน้า…เธอรู้ดีนักทำไมไม่หาโผมาหลงเสน่ห์ซักคนล่ะ?

แซวกันเองดื้อๆ ซะงั้น
ราวหนึ่งชั่วโมงผ่านไป เก๋ก็มากดออดประตู แอ้มลุกไปเปิดแล้วร้องถามว่า…พาแฟนใหม่มาด้วยเหรอ? เข้ามาซี่! เสียงเก๋วี้ดว้าย หยิกตีกันประสาเพื่อนฝูง…ดิฉันเห็นหน้าเก๋แล้วนึกเอะใจว่าทำไมดูซีดเซียวผิดปกติ…นั่นปะไรคะ!
เก๋ออกจากบ้านมาราว 15 นาทีก็มีมอเตอร์ไซค์สีแดงแล่นลิ่วราวลมพัด แซงวูบเดียวหายไปเลย…แต่พอมาอีกไม่ไกลก็เห็นคนมุงกันอยู่ข้างทาง ตำรวจกับรถมูลนิธิทำให้รู้ว่าเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง รถติดจนเก๋ต้องเปิดประตูลงไปดู เห็นเลือดสดๆ แดงฉานแทบจะไหลนอง…
ได้ยินเสียงพูดกันว่า มอเตอร์ไซค์สีแดงเสยท้ายรถตู้จนแหลกยับ
คนขี่จักรยานยนต์มรณะไม่ได้สวมหมวกนิรภัย นอก จากคอหักแล้วร่างกายยังแหลกเหลวยับเยิน…มองเห็นแวบเดียวก็ติดตาจนขนลุกขนพองไปหมด

พวกเราช่วยกันพูดปลอบใจจนเก๋หน้าชื่น…ไม่ช้าก็มาล้อมวงกันกินมะม่วงน้ำปลาหวานกันอย่างเอร็ด อร่อย จู่ๆ จุ๋มก็ถามแอ้มว่า…ทำไมทักเก๋ว่าพาแฟนใหม่มาด้วยเหรอ? แอ้มทำหน้าเหลอหลาก่อนจะนึกขึ้นได้
‘อ๋อ! ตอนเปิดประตูฉันเห็นผู้ชายเดินตามหลังเก๋มานี่นา นุ่งยีนส์สวมแจ๊กเกตดำ หุ่นเท่เชียว หน้าตาก็แหม…หล่อซะ! แต่เอ…ดูเหมือนหน้าผากจะมีเลือดติดอยู่นะ ไม่รู้ว่าไปโดนอะไรมา? หรือว่า…’
เสียงวี้ดว้ายดังระงมไปทั้งห้อง ดิฉันมองหน้าเก๋ก็เห็นขาวซีดลงตามเดิม ปากสั่นระริก หน้าตาใกล้จะร้องไห้เต็มที พึมพำว่า…เหมือนคนตายที่เก๋เห็น…

ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นกะทันหัน เสียงร้องว้าย! ดังขึ้นพร้อมๆ กัน จุ๋มบอกให้แอ้มไปเปิดประตูดูซิว่าใครมา? แอ้มห่อไหล่ทำหน้าสยอง บอกว่าจะให้ฉันเจออีตาสุดหล่อคนนั้นอีกเรอะ? ไม่เอาแล้ว! ดิฉันเลยบอกให้เก๋เป็นคนไปเปิด โดยมีเหตุผลง่ายๆ ว่า…กลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง กลางวันแสกๆ ไม่มีผีสางที่ไหนหรอก
เก๋กระเดือกน้ำลาย จำใจเดินช้าๆ ไปที่ประตู พวกเรามองตามพลางยักคิ้วหลิ่วตากันอย่างสนุก จนกระทั่งเห็นมือสั่นๆ เอื้อมไปจับลูกบิดดึงบานประตูเข้ามา…

เสียงหวีดร้องโหยหวนดังแสบแก้วหู…กรี๊ดๆๆ ไม่หยุดหย่อนจนพวกเราตกตะลึงไปตามๆ กัน ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ร้องเรียกชื่อเพื่อน…เก๋ๆๆ เป็นไร? เป็นอะไรไป? แต่เก๋ไม่ตอบนอกจากร้องกรี๊ดๆ เหมือนคนสติแตก
จนพวกเราต้องเผ่นเข้าไปหาแต่ก็ไม่เห็นอะไรเลย นอกจากจะรู้สึกมีลมเย็นๆ พัดวูบมากระทบ ไม่รู้ว่าจู่ๆ ทำไมต้องพัดมาใส่เรา เล่นเอาหนาวสะท้านจนขนลุกซ่า หน้าตาซีดเซียวไปตามๆ กัน
ปิดประตูลงกลอน เก๋ร้องไห้โฮลั่น น้ำตาไหลพราก ไม่ยอมพูดยอมจานอกจากร้องไห้อย่างเดียว…กว่าจะสงบสติอารมณ์ได้ก็เกือบสิบนาที