เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองครับ
จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดจากอุบัติเหตุครั้งแรกในชีวิตผม

feedthereader.com  ตอนนั้นผมประสบอุบัติเหตุ
รถมอไซด์ชนเข้ากับท้าย 2 แถว อาการสาหัส นอนโรงพยาบาลหลายวัน

ขณะที่ผมแอดมิดในโรงพยาบาลอยู่นั้น เพื่อนของเพื่อนผมคนหนึ่ง ได้เดินมาขอพูดคุยกับผมลำพัง
เธอพูดกับผมว่า ตอนผมประสบอุบัติเหตุ เธออยู่ในเหตุการณ์ เธอเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง
นั่งหน้ามอไซด์ผม แล้วหันมายิ้มให้กับเธอ ตอนนั้นผมไม่เชื่อเรื่องแบบนี้

ผมเพราะยังกังวลกับอาการบาดเจ็บอยู่ หลังจากนั้นไม่นาน พอผมหายจากอาการบาดเจ็บไม่ถึงปี
ก็เกิดอุบัติเหตุอีก แต่คราวนี้เป็นรถคว่ำครับ รถยนต์คว่ำลงไหล่ทางขณะขึ้นเขา
ในรถ มีผม มีน้องผม พ่อ และแม่ อยู่ในนั้น ผมออกมาได้เป็นคนแรก ขณะเดียวกัน

ผมพยายามขอความช่วยเหลือจากคนขับรถบรรทุกที่ผ่านไปมาแถวนั้น คนขับรถบรรทุกคนหนึ่งจอด
แล้วพูดกับผมว่า “หนู เอ็งจะให้น้าช่วยทั้ง 4 คน ออกมาจากรถใช่มั้ย ” ผมตอนแรกรู้สึกงง
ว่าเขานับผิดหรือเปล่า เพราะผมก็ออกมาจากรถแล้ว เหลือแค่ 3 คนที่อยู่ในรถ
ผมก็เออ ออ ตามแก เพราะตอนนั้นผมเป็นห่วงครอบครัวผมที่อยู่ในรถ

เวลาผ่านไป 1 ปี
วันนั้นผมมีนัดกับหัวหน้างาน ผมขี่มอไซค์ไปเช่นเคย ขณะเดียวกัน มีรถยนต์ตัดหน้ารถผม
ทำให้ผมเบรคกระทันหัน รถล้ม ผมกลับมาทำแผลอยู่ห้อง เพราะเพิ่งออกมาไม่ไกลจากหอตัวเองหนัก
พอทำแผลเสร็จ ผมก็อ่อนแรง เผลอหลับด้วยอาการเจ็บปวด ผมหลับไปเป็นเวลานานพอสมควร

พอผมตื่น ก็เป็นเวลาประมาน ตี 1 กว่าๆแล้ว หลับไปตั้งแต่ 4 โมงเย็น สักพักผมได้ยินเสียงขูดกระจก
ตอนแรกผมคิดว่าคอมแอร์มันสั่น จนกระจกที่ตรงระเบียงเสียงดัง ผมจึงใช้หางตามอง
วินาทีนั้นผมตกใจกับสิ่งที่ผมเห็นอย่างสุดชีวิต

เป็นผู้หญิงชุดขาว นั่งอยู่ตรงระเบียงห้องด้านนอก เธอใช้เล็บของเธอพยายามขูดกระจก
เพื่อที่จะเข้ามา ผมตกใจ จนขนหัวผมลุกตั้งเหมือนมีอะไรจิกอย่างแรง ผมพยายามกั้นใจ
ลุกขึ้นไปหยิบพระแล้ววิ่งออกจากห้อง ขณะที่ผมกำลังลุกออกจากเตียง เธอก็หัวเราะที่ต้นคอผม

มันใกล้จนรู้สึกว่าลมหายใจมันโดนคอ ตอนนั้นผมขาสั่น เดินแล้วรู้สึกติดๆ
พร้อมกับน้ำตาไหลออกมาพร้อมกัน แล้วสักพัก ผมทำสติได้ แล้วค่อยวิ่งออกมา
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมมานั่งคิดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ว่าสิ่งที่ผมเห็น มันตรงกับสิ่งที่เพื่อนผมเคยบอก
เมื่อหลายปีก่อนหรือเปล่า ซึ่งผมคิดว่าเธอคงไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น คงเป็นวิญญาณที่อยู่ในห้องนั้นแน่ๆ

ผมเลยย้ายออก จากหอเดิม พอผมมาอยู่หอใหม่ ผมก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหน่อย เจ้าของหอแกใจดี
ค่อนข้างเป็นมิตร ทำให้ผมลืมเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้น เมื่อหลายเดือนก่อน

แต่อยู่มาวันหนึ่ง เวลาแห่งความสุขช่างผ่านไปเร็ว ผมกลับมาจากงานกินเลี้ยงกับเพื่อน
ด้วยสภาพที่เมาและเพลีย พอถึงเตียงก็เคลิ้มๆจะหลับไป (ปลายเตียงอยู่ติดกับตู้เสื้อผ้านะครับ)
พอผมนอนไปสักพัก ผมรู้สึกตู้เสื้อผ้าเริ่มเปิดออก ผมคิดว่าเป็นแมวที่ผมเลี้ยงไว้ในห้อง

เข้าไปอยู่ในตู้เสื้อผ้า ผมเลยเรียกชื่อมัน พอผมเรียกชื่อมันเสร็จ ผมก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆล่ะครับ
เพราะว่าผมนึกขึ้นได้ก่อนออกไปข้างนอก ผมขังแมวผมไว้ที่ระเบียง ปิดประตูเรียบร้อย
ไม่มีทางที่แมวจะเข้ามาเล่นในตู้เสื้อผ้าได้ พอสิ้นเสียงผม ตู้เสื้อผ้าก็ค่อยๆเปิดออก

ผมไม่ได้เปิดพัดลมหรือแอร์นะครับ เพราะตอนนั้น ผมเมามาก เลยไม่มีแรงทำอะไร
ผมมั่นใจว่าในห้องไม่มีลม เสียงตู้เสื้อผ้าค่อยๆเปิดออก แล้วผมก็เห็น…

เป็นสิ่งเดิมที่ผมไม่อยากเห็นมากที่สุด เป็นมือครับ มือเธอ ผมจำมือเธอได้แม่น
พยายามจับขอบประตูตู้เสื้อผ้า แล้วดันตัวเองออกมา ผมชิงหลับตาก่อน
จะเห็นใบหน้าอันสยดสยองนั้น ผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจ ที่ขึ้นๆเคลื่อนขึ้นมาจากเท้า ไล่ขึ้นมาที่ขา
แล้วก็ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงหู แล้วเธอก็กระซิบกับผมว่า “ไม่อยากเห็นหน้ากันหน่อยหรอ ”

แล้วเธอก็หัวเราะที่ข้างหูผม จังหวะนั้นผมร้องไห้ ร้องไห้เลยครับ เพราะผมทำอะไรไม่ได้เลย
ผมพยายามขยับตัวเพื่อดิ้นหนี แต่กลับบอกผมว่า “หนีไปไหนไม่รอดหรอก ต้องอยู่กับกู”
เป็นน้ำเสียงที่ใหญ่มาก แต่เป็นเสียงผู้หญิงเหมือนเดิม

ตอนนั้น ผมนึกถึงเสด็จพ่อ ร.5 เพราะที่บ้านผม บูชารัชกาลที่ 5 อยู่ครับ
ไม่รู้อะไรดลใจผมให้นึกถึงท่าน แต่ผมพอนึกถึงไม่นาน ก็ค่อยๆคลายไป ผมวิ่งสุดชีวิตไปที่รถผม
เพื่อไปขอนอนกับเพื่อน ไม่ได้เก็บของออกมาครับ ด้วยความกลัว

พอเช้าผมก็ไม่ได้เหล่าให้ใครฟัง เช้ารุ่งขึ้นผมไปวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น
เป็นวัดที่ไม่ใหญ่ครับ แต่เป็นวัดที่ผม ถ้ามีโอกาสไป ก็จะไปวัดนี้ประจำ สักพักผมเข้าไปในศาลา
พูดคุยกับหลวงพ่อที่อยู่ในวัดนั้น ท่านบอกกับผมว่า ผมมีกรรม เป็นกรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง

ผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตผม มักจะอยู่ได้ไม่นาน เพราะมีบางอย่างคอยกวนอยู่
พอผมได้ยินผมรู้สึกตกใจมาก เลยรีบถามหาวิธีแก้ พอผมทำบุญ และทำตามคำแนะนำของท่านเสร็จ
หลวงพ่อท่านนั้นก็บอกกับผมว่า อย่าพยายามทำกรรมกับผู้หญิง
เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมทำ เขาจะรับรู้ แล้วเขาจะกลับมาอีก