ซึ่งยังคงความเป็นอมตะเสมอ..ไม่เสื่อมถอยถูกกลืนกินไปตามกาลเวลา
เป็นที่ทราบและคุ้นเคยกันดีว่า คนสมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด ล้วนมีความเชื่อถือในกฏข้อห้ามข้อปฏิบัติ ซึ่งตนได้รับการอบรมสั่งสอนบอกกล่าวสืบทอดต่อๆกันมาหลายยุคหลายสมัยอย่างเคร่งครัดจนดูเป็นที่ขัดหูขัดตาขัดใจเราคนสมัยใหม่ไปบ้างและมองว่ากฏข้อห้ามข้อปฏิบัติของคนโบราณ

เป็นสิ่งที่งมงายไร้สาระ แต่ถ้าเรานำมาพิจารณาทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ จะพบว่านี่คือ “ภูมิปัญญา” ที่บรรพบุรุษของเรา ได้คิดค้นขึ้นมาและพยายามรักษาสืบทอดเอาไว้จากรุ่นต่อรุ่นเพื่อมอบให้เป็นมรดกอันล้ำค่าแก่เหล่าบรรดาลูกหลานของตน อย่างเอนกอนันต์ แท้จริงแล้วกฏข้อห้ามข้อปฏิบัติต่างๆตามคติความเชื่อของคนโบราณก็คือ..”กุศโลบาย” ที่หลักแหลมแยบยลมากในการป้องกันสิ่งที่ไม่ดีไม่งามที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกหลานของตนนั่นเอง ดังนั้นหากว่าเราคนสมัยใหม่จะใส่ใจเชื่อและนำเอา “กุศโลบาย”ของคนโบราณมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวันของเราบ้างก็น่าจะเป็นผลดีแก่ตัวเราอย่างมากเลยทีเดียว

1. ห้ามเล่นซ้อนหาในเวลาโพล้เพล้ ผีจะเอาไปซ่อน (บังตาไว้ไม่ให้คนเห็น)

2. ห้ามนอนขวางธรณีประตู จะทำให้ฝันร้าย นายทวารไม่พอใจ

3. ผู้ที่เป็นน้องสาวหรือน้องชายห้าม ออกเรือนก่อน ผู้เป็นพี่สาวและพี่ชายเด็ดขาดเพราะจะทำให้ พี่สาวหรือพี่ชายไม่ได้ออกเรือน

4. ห้ามผิวปากเวลากลางคืนเชื่อว่าจะโดนคุณไสยที่ล่องลอยอยู่

5. ห้ามหญิงมีครรภ์ เย็บที่นอนหรือเตรียมเสื้อผ้าเด็กอ่อนเอาไว้ก่อนล่วงหน้าที่จะคลอด เพราะเป็นลางร้าย เชื่อกันว่าจะไม่ได้เลี้ยงลูก ทำให้เด็กในท้องมีอันเป็นไป

6. ห้ามต้มไข่ในหม้อข้าว เพราะจะทำให้เกิดความอัปมงคลจัญไรในบ้านเรือน

7. ห้ามโพกหัวหรือสวมหมวกในวัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เชื่อว่าหัวจะล้าน

8. ห้ามเข้าบ้านทางหน้าต่าง จะทำให้สิ่งเลวร้ายสิ่งไม่ดีตามเข้ามาในบ้าน

9. ห้ามตั้งศาลพระภูมิใต้เงาบ้านเรือน จะทำให้บังเกิดความอาเพศต่างๆนานาแก่คนในบ้านเรือน

10. ห้ามปลูกดอกลั่นทมและต้นรักในบริเวณบ้านเด็ดขาด เพราะเป็นต้นไม้แห่งความอัปมงคล จะนำพาความโศกเศร้า ความทุกข์ระทมมาให้

11. ห้ามนอนเอาศรีษะตรงกับขื่อบ้าน เพราะเชื่อว่าจะทำให้ฝันร้านถูกผีเข้าสิง ถูกผีอำ ทำให้มีอาการปวดศีรษะ ปวดตามตัว โดยไม่มีสาเหตุ

12. ห้ามบ้วนน้ำลายลงโถส้วมเชื่อว่าวาจาจะเสื่อม

13. ห้ามยืนเหยียบขอบธรณีประตู คนโบราณมีความเชื่อว่าจะถูกธรณีสูบ

14. ห้ามนั่งบนขั้นบันไดเพราะผีบ้านผีเรือนไม่ชอบและลงโทษให้มีอันเป็นไปต่างๆนานา

15. ห้ามนั่งบนหมอน เพราะเชื่อว่าจะทำให้ผู้มีวิชาเวทย์มนต์คาถาเสื่อม และ ทำให้ก้นเป็นฝี

16. ห้ามเล่าความฝันในขณะกินข้าว เชื่อว่า จะทำให้ความฝันนั้นกลายเป็นจริง และจะนำพาความเดือดร้อนมาให้

17. ห้ามเดินข้ามหนังสือเพราะเชื่อว่าจะทำให้เรียนไม่รู้เรื่องจำบทเรียนไม่ได้ และสอบตก

18. ห้ามนุ่งผ้าเปียกเข้าบ้านเพราะเชื่อว่าผีไม่กลัวและจะทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรง

19. ห้ามนอนเอาศรีษะหันไปทางทิศตะวันตก เชื่อว่าเป็นการสาปแช่งตนเองให้อายุสั้น

20. ห้ามหญิงมีครรภ์ไปงานศพ เพราะวิญญาณคนตายจะทักทำให้เจ็บป่วยและวิญญาณคนตายจะติดตามกลับมาด้วย

21. ห้ามดมดอกไม้ที่จะนำไปถวายพระเชื่อกันว่าจะทำให้รูจมูกบานและทำใ้ห้จมูกเป็นไซนัสหรือริดสีดวงจมูก

22. ห้ามหลับเวลาฟังพระเทศน์เชื่อว่าชาติหน้าจะเกิดเป็นงู

23. ห้ามทวงเอาของที่ให้คนอื่นไปแล้วคืนเด็ดขาด เมื่อได้มอบให้กับผู้ใดผู้หนึ่งไปแล้ว เชื่อกันว่าจะทำให้เป็นเปรต(นอกจากให้ยืม)

24. ห้ามกวาดบ้านเวลากลางคืนเชื่อว่าผีบ้านผีเรือนไม่พอใจจะไม่คุ้มครองและลงโทษกวาดเอาทรัพย์สินเจ้าของบ้านออกหมด

25. ห้ามตัดเล็บกลางคืนเชื่อว่าทำให้อายุจะสั้น

26. ห้ามหญิงมีครรภ์วางสากกะเบือ(ไม้ตีพริก)คาครกไว้หลังจากตำน้ำพริกเสร็จ เพราะเชื่อว่าจะทำให้คลอดลูกยาก

27. คนสักยันต์รูปเสือเหลียวหลัง,เสือเผ่นเสาร์ห้า ห้ามลอดไม้ที่ใช้ค้ำยันต้นกล้วย,ห้ามลอดใต้ไม้ที่ใช้ค้ำยันบ้าน,ห้ามเดินลอดใต้ราวตากผ้า,และห้ามลอดใต้แขนคนอื่นเพราะจะทำให้ตัวอักขระมนต์คาถาที่ประจุกำกับไว้ในตัวยันต์เสื่อม

28. ห้ามหญิงมีครรภ์ กินหัวปลีกล้วย เพราะปลีกล้วยมียาง จะทำให้คลอดลูกยาก

29. อย่าให้ใครข้ามหัว เพราะจะทำให้เทวดาประจำตัวไม่อยู่ด้วยคนและอาคมที่เรียนมาจากครูบาอาจารย์ เสื่อมของที่อยู่ในตัวทุกอย่างจะเสื่อมหมด

30. คนที่สักสาริกาลิ้นทอง ห้ามด่าว่าพ่อแม่คนอื่นเด็ดขาด ถือเป็นการผิดครู ทำให้สาริกาลิ้นทองเสื่อม

31. คนสักยันต์ต่างๆห้ามกินฟักแฟงบวบน้ำเต้าและปลาไม่มีเกล็ดเพราะเชื่อว่าเป็นการผิดครูทำให้หนังไม่เหนียว

32. หากไปในที่สถานที่แปลกๆห้ามเอ่ยร้องทักเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆยามวิกาลเพราะเชื่อกันว่านั่นคือคุณไสยของผู้ที่ร่ำเรียนทางไสยศาสตร์ ที่เกิดร้อนวิชาจึงใช้อาคมของทำคุณไสยในคืนวันโกนวันพระ แล้วปล่อยของออกมาเพื่อทดสอบอาคมของตัวเอง หรือเป็นสิ่งของที่ไม่ดีหากใครร้องทักของที่ผู้มีอาคมปล่อยมาจะเข้าตัวทันที

เช่นกรณี “ลมเพลมพัด”ใครเคราะห์หามยามซวยดวงตก เดินอยู่ดีๆก็อาจโดน ลมเพลมพัด เข้าตัวทำให้มีอาการเจ็บป่วยอย่างแปลกประหลาดรักษาไม่หายจนกระทั่งเสียชีวิต แต่หากว่าคนในครอบครัวของผู้ที่ถูก ลมเพลมพัด เข้าตัวนั้นมีความเชื่อในด้านไสยศาสตร์ คุณผี คุณไสย คุณคน อยู่บ้างก็อาจแก้ไขได้ทันมีโอกาสรอดชีวิต

33. หญิงสาวห้ามสูดดมกลิ่นดอกไม้ที่ยังอยู่คาต้นไม่ได้ตัดออกจากต้นเด็ดขาด คนโบราณเชื่อกันว่า ต่อไปภายหน้าจะได้แย่งชิงสามี-ของรักของคนอื่น

34. ห้ามนอนหันศรีษะไปทางทิศตะวันตกเพราะเชื่อว่าวิญญาณจะออกจากร่าง (อีกอย่างหนึ่งก็คือ ทิศตะวันตกนั้นเป็นทิศที่ใช้หันศรีษะของคนตาย)

35. ห้ามเอาทัพพีเคาะปากหม้อข้าว เพราะจะทำให้แม่โพสพโกรธเสียใจ เมื่อทำนาครั้งต่อไปจะไม่เป็นผลสำเร็จ ไม่ได้ข้าว เท่ากับว่าทำนาเปล่าๆไม่ได้ข้าวใส่ยุ้งฉาง

36. ห้ามขึ้นบ้านใหม่วันเสาร์ ห้ามเผาศพวันศุกร์ ห้ามโกนจุกวันอังคาร ห้ามแต่งงานวันพุธ เพราะเป็นวันแข็งวันแรงมีความอาถรรพ์มากจะทำให้เกิดความอัปมงคล มีอันเป็นไปต่างๆนานา

37. ห้ามออกเดินทาง เมื่อมีจิ้งจกร้องทัก เชื่อว่าเป็นลางร้าย จะเกิดเรื่องไม่เป็นมงคลในระหว่างการเดินทาง

38. ห้ามกินข้าวหมดหม้อ เชื่อว่าเวลากลางคืนเจตภูตจะออกหากิน หากว่าไม่มีข้าวเหลือติดหม้อไว้ให้เจตภูตกิน เจตภูตก็จะออกเร่ร่อนเก็บมูลสุนัข สิ่งปฏิกูลกิน

39. ห้ามปลูกบ้านเรือนคร่อมจอมปลวกเด็ดขาด เชื่อว่าจะเกิดอาถรรพ์ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีแต่เรื่องเดือดร้อนไม่มีความสุขความเจริญ

40. ห้ามเคาะจานข้าวเวลากินข้าว คนโบราณเชื่อว่าเป็นการเรียกเหล่าวิญญาณที่เร่ร่อนพเนจรอยู่ตามที่ต่างๆ เมื่อวิญญาณเหล่านั้น ได้ยินเสียงเราเคาะจาน ซึ่งก็เปรียบเสมือนเป็นการเชิญชวน วิญญาณเหล่านั้น ก็จะพากันมารุมแย่งเรากินข้าว กินอาหารคาวหวานที่มีอยู่ หลายๆคนน่าจะเคยพบเห็นผ่านตากันมาบ้างแล้วในกรณีที่เราจัดเอาอาหารคาวหวานไปไหว้ศพ ก็จะมีการเคาะที่โลงศพและจานชามในสำรับเพื่อเรียกให้ดวงวิญญาณผู้ตายมากินอาหารคาวหวานในสำรับที่จัดเตรียมไว้ หรือจะเป็นพิธีไหว้ในวันเทศกาลสำคัญต่างๆ ก็จะต้องมีการจัดสำรับอาหารคาวหวานแยกไว้ 1 ชุดสำหรับเซ่นเหล่าวิญญาณผีไม่มีญาติ และทำพิธิเรียกให้ดวงวิญญาณเหล่านั้นมากินอาหารคาวหวานในสำรับที่เราจัดเตรียมไว้ โดยใช้วิธีการเคาะถ้วยชามเรียก ดังนั้นคนโบราณจึงมีความเชื่อถือในเรื่องนี้มากๆ จะพากันห้ามลูกหลานไม่ให้เคาะจานชามเวลากินข้าว