สาวมือโพสต์ภาพพระฉันโซดาว่อนเน็ต เข้ากราบขอขมาแล้ว

จากรณีที่สังคมออนไลน์เผยแพร่ภาพพระสงฆ์ 3 รูป นั่งฉันอาหารภายในร้านแห่งหนึ่ง โดยในภายถ่ายปรากฏขวดโซดา ประกอบกับผู้ที่เผยแพร่รูปภาพเขียนข้อความระบุว่า “นั่งปุ๊ป!!? สั่งปั๊บ เหล้าชุดเล็กยาวปายยยยยย!!? เขาเป็นใคร!!? จนทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจว่าพระสงฆ์ลักลอบดื่มแอลกอฮอลล์ ภาพถ่ายดังกล่าวถูกส่งต่อในสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก

ล่าสุดพระครูปรีชากิจจาทร พระผู้ปรากฏในภาพออกมาชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าเห็นการณ์ดังกล่าวเป็นความเข้าใจผิด พร้อมอธิบายว่า ท่านฉันโซดาแทนน้ำเปล่าเพราะหมอบอกว่าล้างไต ช่วยสลายนิ่วได้ พร้อมขออภัยชาวพุทธที่ทำให้ศาสนามัวหมอง กราบขออภัยพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ไม่ได้สำรวมระวังตน

ล่าสุด (11 มี.ค.) เฟซบุ๊ก Preechakitjaton Thanomsak Janta ได้มีการโพสต์อัพเดทล่าสุดในกรณีดังกล่าวว่า หญิงคนที่นำภาพไปโพสต์ในโซเชียลจนทำให้มีคนเข้าใจผิดนั้น ได้มากราบขอขมาแล้ว ซึ่งทางหลวงพี่เองไม่ได้ติดใจเอาความ และอโหสิกรรมให้ พร้อมขอให้ทุกคนให้อภัยหญิงคนนี้ด้วย

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ใส่ความเห็น

แม่ใจสลาย! พาลูกสาวไปดูเกรด กระบะชนแล้วหนี เด็กคอหักดับสลด

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 มี.ค. ร.ต.ท.จเร พูลแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนรถจยย.ที่ปากทางเข้าหาดทรายแก้วรีสอร์ต ม.12 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา รับแจ้งแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงพร้อมด้วยแพทมย์เวร รพ.ท่าศาลา และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยท่าศาลารีบรุดไปตรวจสอบเพื่อให้การช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงพบศพผู้เสียชีวิตเป็น ด.ญ.อายุ 14 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ในชุดนักเรียน สภาพแขนหัก คอหักศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ ในที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บคือ นางสุดารัตน์ อายุ 33 ปี มารดาขอเด็กหญิงอยู่ในอาการบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่ง รพ.ท่าศาลา ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อทะเบียน ขับหลบหนีไปหลังเกิดเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางสุดารัตน์ ผู้เป็นแม่ได้ขับรถจยย.พาลูกสาวไปดูผลการเรียน ที่โรงเรียนท่าศาลาประสิทธิศึกษา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะขับตามหลังเฉี่ยวชนจน 2 แม่ลูกล้มทั้งรถทั้งคน ผลปรากฏว่าด.ญ.เสียชีวิต ส่วนนางสุดารัตน์ผู้เป็นแม่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งจะเร่งสอบหาคนขับรถยนต์กระบะคู่กรณี เพื่อตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ใส่ความเห็น

ลูกลิงกอดร้องเรียกแม่ หลังถูกรถชนตาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โลกออนไลน์ต่างรู้สึกสะเทือนใจไปตามๆ กัน เมื่อได้ชมคลิปภาพน่าเศร้าของลูกลิงตัวน้อย ที่เฝ้ากอดร่างไร้วิญญาณของแม่ลิง ที่ถูกรถชนอยู่ริมถนนสายหนึ่งในประเทศอินเดีย พร้อมกับส่งเสียงร้องน่าเวทนาใจออกมาด้วย

ตามรายงานระบุว่า ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองแห่งหนึ่งในรัฐเกรละ ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย แม่ลิงถูกรถชนระหว่างมันพยายามจะอุ้มลูกน้อยข้ามฝั่งถนน ทันทีที่แม่ลิงสิ้นลมอยู่ริมถนน แต่ลูกลิงที่รอดชีวิตยังคงกอดศพแม่และส่งเสียงร้องเศร้าสร้อยออกมาเป็นระยะ คล้ายกับการปลุกเรียกแม่

นอกจากนี้ ลูกลิงยังมีอาการที่น่าเวทนา มันอยู่ในภาวะที่ตกใจและเศร้าเสียใจ สังเกตได้ว่าน้ำตาไหลออกมาด้วย พยานที่เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ภาพแห่งความสูญเสียก็เกิดขึ้นได้ในสัตว์ ไม่ต่างกับมนุษย์ทุกคนต้องพบเจอ น่าเศร้าที่ต้องมาเจอภาพเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม หลังจากเหตุดังกล่าว ชาวบ้านได้นำร่างของแม่ศพไปฝังไว้ที่ป่าใกล้ๆ กับหมู่บ้าน ส่วนลูกลิงก็ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ใส่ความเห็น

ภาพสุดท้าย “พ.อ.สนธยา หวังเจริญ ” ซ้อมกระโดดร่มการกุศล ก่อนเกิดอุบัติเหตุ

hqdefault(11 มี.ค.) เกิดอุบัติเหตุระหว่างการซ้อมกระโดดร่ม ที่สนามกีฬาของกองร้อยลาดตระเวนระยะไกล (ร้อย.ลว.ไกล) ในกองพลทหารราบที่ 15 (พล.ร.15) จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้ “เสธ.หวัง” พ.อ.สนธยา หวังเจริญ อายุ 51 ปี หัวหน้าแผนกปฏิบัติการข่าวสารเชิงรุก สำนักประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (สปส.กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 27 (ตท.27) และนักเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลเกล้ารุ่นที่ 38 (จปร.38) ผู้ที่สวมชุดสีขาวตามภาพ เสียชีวิตทันที

และจากกรณีดังกล่าว ทางด้าน พล.ท. ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ขณะนี้ตนทราบเรื่องแล้ว เบื้องต้นรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยคาดว่าปัญหาน่าจะมาจากการที่ร่มชูชีพไม่กาง ซึ่งจากนี้ไปเจ้าหน้าที่จะมีการสืบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพภาคที่ 4 จะเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิต ตามระเบียบราชการอย่างเต็มที่ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุขณะปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าวว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยพ.อ.สนธยา ได้เสียชีวิตลง เนื่องจากร่มที่ใช้ฝึกซ้อมกระโดดมีปัญหาในขณะซักซ้อมกระโดดร่ม ที่สนามร้อย.ลว.ไกล พล.ร.15 ซึ่งเบื้องต้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดสาเหตุดังกล่าว โดยขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้รับทราบเรื่องแล้ว และรู้สึกเสียใจ ทั้งนี้ ร่างของพ.อ.สนธยาตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา พ.อ.สนธยาถือเป็นนายทหารที่มีความสามารถและปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มานานหลายปี

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ใส่ความเห็น

มาร์โก แวร์รัตติ : “เราไม่ได้แพ้เพราะกรรมการ”

มาร์โก แวร์รัตติ ยอดมิดฟิลด์ของทีมปารีส แซงต์-แชร์กแมง ให้สัมภาษณ์ยอมรับถึงความพ่ายแพ้ต่อ บาร์เซโลน่า ในศึกยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนก่อนโดยดี และไม่กล่าวโทษการตัดสินของกรรมการแต่อย่างใด

ศึกฟุตบอลรายการใหญ่สุดของยุโรปกลางสัปดาห์นี้ ไฮไลท์อยู่ที่การคัมแบ็คของ บาร์เซโลน่า ที่เอาชนะ เปแอสเช ได้ 6-1 จนพลิกสถานการณ์เข้าสู่รอบต่อไปได้อย่างเหลือเชื่อ แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกวิจารณ์หนักมากว่าเป็นเพราะ ความผิดพลาดของผู้ตัดสินจึงทำให้ผลออกมาเช่นนี้ ซึ่ง แวร์รัตติ นั้นมีมุมมองว่า

“ตอนที่ คาวานี่ ยิงได้ พวกเราอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าชิลล์ๆเลยล่ะ” เจ้าเล็กพริกขี้หนูกล่าวกับ เลอ กิ๊ป

“ขนาดที่นักเตะบาร์ซ่าบางคนถึงกับบอกผมเลยด้วยซ้ำว่า เกมนี้มันจบแล้ว การจะยิงได้ 3 ลูกใน 7 นาทีเป็นอะไรที่ผมหาคำมาอธิบายไม่ได้เลยจริงๆ แต่นี่แหละคือฟุตบอล”

“นี่เป็นเกมที่ผมจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต และหวังว่ามันจะเป็นบทเรียนอันสำคัญแก่ทุกๆคน”

“แน่นอนว่าต้องเศร้ากันอยู่แล้ว เพราะเพิ่งโดนมา 1-6 เราต้องค้นหาตัวเองให้เจอเพื่อกลับมาแข็งแกร่งกว่าเก่า แต่ผมขอบอกไว้อย่างนะว่า ที่แพ้ไม่ใช่เพราะกรรมการ ทีมต่างหากที่ต้องรับผิดชอบเกือบทั้งหมด”

โพสท์ใน ข่าว กีฬาทั่วไป | ใส่ความเห็น

สวยขึ้นมาก! “วิว” พงศ์ชนก กันกลับ จอมเตะดีกรีนางงาม

เชื่อว่าแฟนกีฬาหลายๆคน คงคิดถึง “น้องวิว” พงศ์ชนก กันกลับ นักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทย ที่มีดีกรีเป็นถึง มิสไทยแลนด์เวิลด์ปี 2009

ซึ่งเธอสามารถทำมันได้ดีทั้งสองหน้าที่ ด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ได้ก็คุ้มยิ่งกว่าคุ้มเพราะมันคือความภาคภูมิใจในชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งที่ไม่ได้เกิดมาเพียงแค่ “มีมงฯ”

ซึ่งแม้เวลาจะผ่านมานาน แต่ความสดใสน่ารักของเธอไม่ลดลงเลย แต่กลับทวีความสวยขึ้นมาก ไม่เชื่อไปชมกันเลย

โพสท์ใน ข่าว กีฬาทั่วไป | ใส่ความเห็น

แม่ก็คือแม่ “ทีมลูกเกด” รวมตัว 3 ซีซั่น แซ่บสตรองชุดว่ายน้ำ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกเกด เมทินี หรือ เมนเทอร์ลูกเกด แห่ง The Face Thailand ได้เรียกรวมตัวนัดลูกทีมจากทั้ง 3 ซีซั่น ทั้งอดีตและปัจจุบัน

ออกไปเอ้าท์ติ้งพักผ่อนเฉพาะกิจริมชายหาดบนเกาะกูด แน่นอนว่า..ทีมสตรองในตำนานต้องไม่ธรรมดา เพราะพี่ไม่ได้มาเล่นๆ ลูกทีมของลูกเกดต้องแซ่บ!

งานนี้ได้เห็นสมาชิก “ทีมลูกเกด” ได้กลับมารียูเนี่ยนอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ซีซั่นแรก ซาบีน่า อจิรภา, นัตโตะ, ณัฐฐาสิณี, เมย์ ปาลิดา, ฮาน่า ณธฉัตร หรือ ฟ้า ภีมสินี บอกเลยว่า..ไม่ทิ้งความแซ่บเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะคอนเซ็ปต์ถ่ายชุดว่ายน้ำ ประหนึ่งได้กลับมาทำแคมเปญอีกรอบ เห็นหรือยังว่า…รายการนี้ขาด ลูกเกด เมทินี ไม่ได้จริงๆ

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ใส่ความเห็น

ตำรวจหนุ่มสั่งเสียเด็กชายข้างบ้าน ก่อนยิงตัวตายคารถเก๋ง

ตำรวจหนุ่มก่อเหตุยิงตัวเองคารถเก๋งในบ้าน ก่อนหน้านี้สั่งเสียกับเด็กชายที่อยู่ข้างบ้าน บอกให้จดเบอร์โทรศัพท์เมีย คาดเครียดปัญหาเรื่องหน้าที่การงาน

ร.ต.อ.ประเสริฐ หล้าศักดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองยโสธร รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงตัวเองจนเสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่ง ภายในซอยงามตา ต.ตาดทอง อ.เมืองยโสธร จึงแจ้งผู้บังคับบัญชา แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.เศวก โพนทัน ผกก.สืบสวน ภ.จว.ยโสธร และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้น บริเวณโรงจอดรถพบรถยนต์อีซูซุ มิวเอ็กซ์ ประตูฝั่งคนขับเปิดอยู่ ภายในรถพบร่าง ร.ต.ท.สักสยาม บุญปก อายุ 43 ปี ตำแหน่งรอง สว(สอบสวน)สภ.เลิงนกทา จ.ยโสธร นอนหงายหน้าภายในเบาะคนขับขาทั้งสองข้างยื่นออกมานอกรถ

โดยที่บริเวณใต้ราวนมซ้ายมีรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. ใกล้กับพบกระสุนตกอยู่พื้นภายในรถ 1 นัด และอาวุธปืนขนาด 9 มม.ออโตเมติกตกอยู่ ตรวจสอบพบกระสุนอยู่ในแม็กกาซีน 1 นัด และปลอกกระสุนติดภายในรังเพลิงอีก 1 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมนำร่าง ร.ต.ท.สักสยาม ส่งโรงพยาบาลก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบถามเด็กชายที่อาศัยอยู่ข้างบ้าน ได้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เมื่อเวลา 09.00 น. เห็นผู้ตายได้เดินเอาเนื้อไก่หมักมาฝากให้ตนและครอบครัวไว้รับประทาน โดยปกติผู้ตายมักจะซื้อของมาฝากครอบครัวตนเองเป็นประจำอยู่แล้ว หลังจากได้รับไก่หมักผู้ตายก็ถามตนว่ามีเบอร์ภรรยาและเบอร์ลูกสาวของผู้ตายหรือไม่ ตนจึงตอบไปว่าไม่มี

ต่อมาผู้ตายจึงกดเบอร์ภรรยาและลูกสาวให้ พร้อมกับบอกว่าหากมีอะไรให้โทรขอความช่วยเหลือได้ ต่อมาเห็นผู้ตายเปิดประตูรถฝั่งคนขับ พร้อมนอนยื่นขาทั้งสองขาไว้บนขอบประตูรถ กระทั่งเวลา 09.30 น. ตนก็ได้ยินเสียงคล้ายอาวุธปืน จึงเดินออกมาดู ก็เห็นหาผู้ตายทั้งสองข้างตกอยู่ ตอนแรกนึกว่าผู้ตายนอนหลับจึงไม่ได้คิดอะไร

นางสุรินดา ภรรยาของผู้ตาย กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าตนพาลูกสาวไปสอบ ได้พูดคุยกับสามีปกติ ไม่ได้ทะเลาะกัน วันนี้ตนยังได้นัดกับสามีว่าประมาณเที่ยงๆ หลังจากพาลูกสาวไปสอบเสร็จ จะพากันไปเที่ยวที่จังหวัดอุบลราชธานี กระทั่งตนกลับมาถึงบ้านเห็นประตูบ้านเปิดอยู่และเห็นคราบเลือดตกอยู่พื้นจึงเดินเข้ามาดูไม่คิดว่าสามีจะใช้อาวุธยิงตัวเองแบบนี้ ทั้งนี้สามีเคยเล่าให้ตนฟังว่ามีความเครียดเรื่องการทำงาน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายน่าจะมีความเครียดเรื่องของการทำงานจึงตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยวิธีดังกล่าว พร้อมทั้งนำศพส่งชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด ก่อนจะนำศพส่งให้ทางญาติไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ใส่ความเห็น

4 สูตรธรรมชาติ รักษาสิวหัวดำได้อย่างเห็นผล

สิวมีอยู่หลายแบบ หนึ่งในนั้นก็คือสิวหัวดำ ซึ่งเกิดจากการอุดตันของไขมัน ลักษณะของสิวจะมีหัวเปิดที่เป็นสีดำ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ไขมันและเชื้อ P.acne ที่อุดตันอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมัน สามารถพบได้บ่อยในบริเวณใบหน้าและจมูก วันนี้เราลองมาดูวิธีรักษาสิวหัวดำให้อยู่หมัดด้วยวิธีทางธรรมชาติกันค่ะ

1.ใช้วาสลีน

สิวหัวดำที่มักจะเกิดขึ้นบริเวณจมูก สามารถจัดการได้อย่างง่าย ๆ ด้วยวาสลิน เพียงแคนำวางลีนมาทาหนา ๆ บนจมูก แล้วใช้นิ้วมือถือวนบริเวณนั้นให้ทั่ว เพื่อทำให้เกิดความร้อน หลังจากนั้นให้นำถุงพลาสติกใสมาแปะทับลงไป แล้วจึงใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นมาแปะทับไว้อีกทีหนึ่ง เพื่อทำให้บริเวณนั้นเกิดความร้อน วิธีนี้จะช่วยขยายรูขุมขน ทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงใช้กระดาษเช็ดออก ด้วยวิธีนี้จะช่วยกำจัดสิวหัวดำให้หลุดออกไปได้อย่างง่ายดาย

2.สครับมะเขือเทศ

เราสามารถใช้มะเขือเทศมาทำเป็นสครับรักษาสิวหัวดำได้ โดยเริ่มต้นจากการนำมะเขือเทศสุกเต็มที่มาฝานเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำมาถูบริเวณใบหน้าให้ทั่ว แล้วทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นสะอาด เพียงแค่นี้ก็ทำให้สิวยุบตัวลง ทำให้สามารถรักษาสิวหัวดำได้ง่ายขึ้น แถมยังเป็นสูตรหน้าใสที่จะช่วยให้ผิวขาวใสได้อย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งหลังจากทำแล้วจะทำให้หน้าตึง ควรเว้นระยะโดยการทำ 2 สัปดาห์ต่อครั้งก็เพียงพอแล้ว
3.ใช้ไข่ขาว

เป็นสูตรกำจัดสิวหัวดำ ที่มีการใช้มาเนิ่นนาน ซึ่งทำได้อย่างง่าย ๆ ด้วยการการแยกไข่แดงออกจากไข่ขาวก่อน แล้วใช้สำลีหรือนิ้วจุ่มไข่ขาว แล้วนำมาถูบนบัวหน้าบริเวณที่มีสิวหัวดำให้ทั่ว ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วทาทับไปอีกรอบหนึ่ง จะทามากกว่าสองรอบก็ได้ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยขจัดสิวหัวดำให้หลุดลอกออกมา ทำให้ใบหน้าเรียบเนียน

4.น้ำผึ้งนมสด

การนำน้ำผึ้งมาผสมกับนมสดจะช่วยรักษาสิวหัวดำได้ และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เป็นอีกหนึ่งสูตรหน้าใสที่สาวๆ ควรลอง โดยการนำน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับนมสด 1 ช้อนชา แล้วนำไปอุ่นในไมโครเวฟ 5 – 10 วินาที แล้วคนให้เข้ากัน เมื่อส่วนผสมที่เตรียมไว้เย็นลงแล้ว ก็ให้นำมาทาตรงบริเวณที่มีสิวหัวดำ แล้วใช้สำลีแปะทับไว้อีกทีหนึ่ง ทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 20 นาที จากนั้นค่อย ๆ ดึงแผ่นสำลีออก ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ใส่ความเห็น

5 เหตุผลทำไมคุณถึงควรหยุด “ซิทอัพ”

 

ใครๆ ก็อยากมีหน้าท้องแบนราบ ไร้พุง สร้างซิกแพ็คเป็นก้อนๆ ให้สาวๆ หนุ่มๆ หลงใหล แต่ทำไม พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (หมอผิง) ถึงออกโรงเตือนหนุ่มสาวให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายด้วยท่า “ซิทอัพ”

1. ซิทอัพ ทำร้ายกระดูก
ท่าซิทอัพ เสี่ยงต่อการทำร้ายกระดูกหลัง กระดูกคอ และส่วนของบั้นเอวที่ถูกดึงรั้ง และเกร็งฝืนธรรมชาติ หากทำท่าซิทอัพแล้วต้องเกร็งหลังอยู่เป็นประจำ อาจส่งผลเสียต่อกระดูกหลังและส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในระยะยาวได้

2. ซิทอัพ กระชับผิดส่วน
แทนที่เราจะใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องมากขึ้น แต่การซิทอัพ (โดยเฉพาะแบบงอเข่า) กลับทำให้เราใช้กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างมากกว่าจะเป็นหน้าท้อง หากซิทอัพไม่ถูกวิธีก็อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่ส่วนหลังได้อีกต่างหาก

3. ซิทอัพ ได้แค่เฉพาะส่วน
ส่วนที่จะทำให้ได้รูปตึงกระชับ และสร้างมัดกล้ามนั้น สำหรับท่าซิทอัพจะทำได้แค่ช่วงกล้ามเนื้อท้องส่วนกลาง ในขณะที่ส่วนอื่นๆ ของลำตัว ต้องใช้ท่าอื่นๆ เป็นตัวช่วย ดังนั้นท่าอื่นๆ อย่างท่าแพลงค์ จะทำให้กล้ามเนื้อหลายส่วนหลายมัดทำงานร่วมกันได้ดีกว่า และเห็นผลในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่วงลำตัวได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังช่วยสร้างกล้ามเนื้อแขนไปด้วยในเวลาเดียวกัน

4. ซิทอัพอย่างเดียว ช่วยลดไขมันยังไม่ได้
ถ้ามัวแต่ซิทอัพ แต่ไม่ออกกำลังกายในแบบอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ จักรยาน หรือออกกำลังกายในท่าทางอื่นๆ ร่างกายก็ยังจะมีไขมันปกคลุมอยู่ กล้ามเนื้อท้องสวยๆ ก็ยังไม่ออกมาปรากฏให้เห็นง่ายๆ แน่นอน

5. ซิทอัพ แต่ไม่กินคลีน กล้ามเนื้อก็ไม่มา
นอกจากเราจะช่วยบิ๊วกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายแล้ว ก็ต้องบิ๊วขึ้นมาจากภายในผ่านการทานอาหารที่มีประโยชน์ด้วย เช่น โปรตีนดีจากปลา ไข่ เนื้อสัตว์ไม่มีหนัง ผักผลไม้ ธัญพืชที่มีน้ำตาลน้อย กากใยสูง แป้งเชิงซ้อนจากข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต เลี่ยงไขมันทรานส์จากขนมกรุบกรอบ มาการีน คุกกี้ ของทอดต่างๆ และลดแอลกอฮอล์ บุหรี่ด้วย

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ใส่ความเห็น